ถึงเวลาปรับปรุงเว็บไซต์แล้วหรือยัง
อบรม wordpress กับ facebook

ถึงเวลาปรับปรุงเว็บไซต์แล้วหรือยัง


สงวนลิขสิทธิ์

เว็บไซต์ที่คุณใช้อยู่ไม่ว่าจะพัฒนาขึ้นใช้เองในองค์กร outsource ให้ภายนอกทำก็ดี ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ทั้งเนื้อหาและเทคโนโลยี่ หลายแห่งมีเว็บไซต์ไว้ประดับนามบัตรและโลโก้เฉยๆ แต่ไม่มีการเคลื่อนไหวอะไรเลย ที่น่าแปลกใจว่าเว็บไซต์หลายแห่งจ้างทำด้วยระบบ CMS เช่น WordPress หรือ Joomla แต่กลับไม่มีการโพสต์เพื่อทำการการตลาดเลย

ข้อมูลส่วนใหญ่ที่ได้รับคือ “ใช้ไม่เป็น” กับ “ไม่มีเวลา” ใช้ไม่เป็นนี่น่าแปลกใจ เพราะคนทำเว็บก็คงสอนวิธีใช้งานหรือวิธีโพสต์ให้ ทั้ง WordPress และ Joomla นี่ก็โพสต์แสนง่าย (WordPress โพสต์ง่ายกว่า อิ อิ) ใช้ไม่เป็นไม่น่าจะใช่ ส่วนไม่มีเวลา นี่เป็นคำตอบคลาสสิค ก็เลยสรุปว่าหลายคนหลายแห่งมีเว็บไซต์ไว้ตามกระแสโดยที่ยังไม่ได้ดึงศักยภาพของการตลาดออนไลน์มาใช้อย่างจริงจัง

กรณียอดฮิตที่ไปใช้ facebook กันหมด เพราะมี profile ของ facebook อยู่แล้ว มี friend เยอะด้วย เปิด fan page แล้วโพสต์ง่ายกว่า ใช้เหมือน profile เลย แถมยังมี app พวก e-Commerce ให้ใช้อีก แถมยังได้ลูกค้ามากกว่าด้วย โปรโมทแฟนเพจง่ายกว่าโปรโมทเว็บไซต์ ทำผ่านเครือข่าย friend ง่ายกว่าไปทำ SEO กับเว็บไซต์ตัวเอง

แต่มีประเด็นสำคัญที่ต้องหยุดพิจารณากันสักเล็กน้อย facebook เป็นบริการฟรี และเขาก็มีสโลแกนว่า always be free ซึ่งก็ดีสำหรับคนชอบของฟรี แต่ข้อเสียของของฟรีนี้คือ “ทุกอย่างอยู่ในดุลยพินิจของเขาหมด” ทำผิดกฏ (ซึ่งเราอาจไม่ค่อยได้อ่าน หรือไม่เคยอ่านเลย) อะไรขึ้นมา ก็จะถูกแบน มีการแบนเป็นลูกโซ่ด้วย ซึ่งบางครั้งอาจเกิดจากการเข้าใจผิดจากทาง facebook เอง หรือเป็นความผิด(กฏ)เล็กๆน้อยๆของเราเองก็ถูกแบนไปแล้ว ซึ่ง facebook ใช้ทั้งคนและโปรแกรมในการพิจารณาการแบน บางครั้งอาจจะรู้สึกว่าไม่ค่อยยุติธรรม แต่เราก็เคลมอะไรไม่ได้ ได้แต่ร้องขอ (appeal) เพราะมันเป็นของฟรี ทุกอย่างเขาสงวนสิทธิ์การใช้ตามนโยบายของเขา

บางท่านอาจจะแย้งว่า หากเราไม่ได้ทำผิดกฏแล้วจะกลัวอะไร อันนี้ถ้าเป็นกฏหมายก็คงใช่ แต่ถ้ากฏของ facebook คงไม่ใช่ การที่เราลงทุนโปรโมทสินค้า บริการ แบรนด์ หรืออะไรก็ตามผ่านแฟนเพจ หากประสบความสำเร็จแสดงว่าเราต้องลงทุนลงแรงไปไม่น้อย หากปล่อยให้ policy ของ facebook มากำหนดความเป็นความตายของเพจของเรามันก็ไม่ใช่เรื่องที่มั่นคงนัก บางครั้งเงื่อนไขที่ facebook ใช้ในการปิดแฟนเพจก็ดี แขวน profile ของเจ้าของเพจไว้ชั่วคราวก็ดีเมื่อถูก report ว่าผิดกฏของ facebook (แม้บางกรณีดูเป็นเรื่องเล็กน้อย) เป็นเงื่อนไขที่คลุมเครือ และได้รับการปฏิบัติที่ไม่เท่ากัน ซึ่งคงเป็นเพราะมีแฟนเพจเป็นจำนวนมาก เรื่องนี้มีการถกเถียง (โวยวาย) ตามอินเตอร์เนตอยู่มากเหมือนกัน มีข้อเสนอให้ facebook คิดค่าบริการมาเลย ดีกว่ามาใช้ดุลยพินิจปิดเพจ แขวน profile ให้เสียงานเสียการ

ที่ว่ามาทั้งหมดนี้จะมาสู่ข้อสรุปที่ว่า “facebook เป็นเพียงเครื่องมือทางการตลาดอันหนึ่ง ซึ่งไม่สามารถเอามาแทนเว็บไซต์ได้” หมายความว่าถ้าคุณต้องการมีตัวตนอยู่ในโลกออนไลน์ เว็บไซต์คือตัวตนของเราที่แท้จริง และเป็นสมบัติ (asset) ของเราที่แท้จริง จุดอ่อนของเว็บไซต์ใหม่คือเข้าถึงคนได้ยาก แต่หากใช้ facebook แฟนเพจก็จะเข้าถึงได้ง่ายกว่าและเร็วกว่า แต่ก็ควรใช้เป็นเพียงเครื่องมือเสริมเพื่อช่วยโปรโมทเว็บไซต์ของเรา ซึ่งเป็น center base ของเราอย่างแท้จริง

ถ้าคุณมีเว็บไซต์อยู่แล้ว และไม่ค่อยได้ปรับปรุงเว็บไซต์ ทั้งเนื้อหาและหน้าตา ขอได้ลองกลับมาพิจารณาเว็บไซต์ของคุณใหม่อีกครั้ง ถ้าคุณยังไม่ได้เขียนบทความ ก็เริ่มเขียนเสียตั้งแต่วันนี้ สังเกตว่ามีบางท่านไปเขียนบทความค่อนข้างยาวใน facebook ซึ่งควรจะมาเขียนเป็น blog ในเว็บไซต์จะดีกว่า เพราะอ่านง่ายกว่า ค้นหาย้อนหลังได้ง่ายกว่า และที่สำคัญได้ผลทาง SEO อีกด้วย สิ่งที่โพสต์ใน facebook ควรเป็นข้อความสั้นๆที่สร้างความคุ้นเคยมากกว่าที่จะเป็นรายละเอียด

ที่นี่ต้องปรับปรุงเว็บไซต์อย่างไรล่ะ ท่านที่มีเว็บไซต์อยู่แล้วปล่อยร้าง ลองหันกลับไปดูว่า เว็บไซต์ท่าน support สิ่งเหล่านี้หรือไม่

  • มีปุ่มให้แชร์บน facebook กับ twitter คือดึงให้คนเข้าเว็บไซต์เราแล้วค่อยแชร์ แทนการโพสต์ลงไปใน facebook หรือ twitter แล้วให้เขา share หรือ retweet ดีกว่าตรงที่เป็นการดึง traffic เข้าหาเว็บไซต์เรา ได้อานิสงฆ์ทาง SEO ด้วย หลายคนบอกว่าไม่ค่อยได้ผล คนไม่ค่อยออกนอก facebook (กลัวโดนดูดแล้วไม่ได้กลับไงไม่ทราบ) แต่ก็ต้องลองดู

 

  • มีระบบสมาชิกที่เชื่อมต่อกับบัญชี facebook ได้เลย หมายถึงการให้ผู้ชมที่สมัครเป็นสมาชิกกับเว็บไซต์ของเราสามารถ login เข้ามาโดยอัตโนมัติถ้าเขา login ใช้ facebook อยู่แล้ว โดยไม่ต้องมาใส่ username หรือ email ที่เว็บไซต์ของเราให้เสียเวลา จริงๆอันนี้แล้วแต่พฤติกรรมของผู้เข้าชมเว็บ จริงๆไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องมี เพียงแต่ควรจะคิดเผื่อไว้

 

  • มีระบบรับข่าวสารทาง email คือให้คนเข้าเว็บไซต์กรอก email เพื่อรับข่าวสารจากเรา ใช้เพื่อประโยชน์สองอย่าง คือ ไว้ทำ Email marketing วิธีที่บางคนบอกว่าล้าสมัยแล้ว (ไม่จริง) กับให้ผู้ใช้สมัครรับโพสต์ใหม่ๆจากเราทาง email คือผู้สมัครเปิด email แล้วจะมี link มายังโพสต์ใหม่ๆของเราเลย ไม่ต้องเสียเวลาไปเปิดดูที่เว็บไซต์ (เผื่อไม่มีเวลามาดู) อันนี้ต้องกลับมา(หรือเริ่ม)เขียน blog ให้กับเว็บไซต์ตัวเองนะครับ อย่ามัวแต่ไปโพสต์กับลูกค้าทาง facebook อย่างเดียว

 

ที่แนะนำให้หันมาปรับปรุงเว็บไซต์ไม่ได้หมายความว่าให้ทิ้ง facebook นะครับ แต่มีความเห็นว่า facebook นั้นเป็นเครื่องมือตัวหนึ่งตามยุคสมัย และสามารถดึงลูกค้าให้เข้ามาหาเราได้ง่ายกว่าการโปรโมทเว็บไซต์ในระยะเริ่มแรก และในระยะยาว facebook เหมาะกับการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับ brand ของเรา แต่ facebook ไม่ใช่เมืองหลวงของเรานะครับ เป็นเพียงเมืองหน้าด่าน เว็บไซต์ต่างหากที่เป็นเมืองหลวงของเรา เพราะฉะนั้นท่านใดที่ละเลยเว็บไซต์ของท่านอยู่ ลองหันกลับไปปรับปรุงเว็บไซต์ของท่านด้วยการเสริมฟีเจอร์ที่เชื่อมโยงกับ social tool อื่นๆด้วย ปรับปรุงเว็บไซต์ในที่นี้หมายถึงให้ดึงทราฟฟิคจากลูกค้าให้เข้ามาหาเว็บไซต์ของเรา แทนที่จะให้มีทราฟฟิคไปที่ facebook หรือ social tool อื่นๆที่เราใช้อยู่เท่านั้น

เพราะมันไม่ใช่สินทรัพย์ (asset) ของเรา 100% ขอย้ำ

Close Menu