WordPress กับ SEO
การทำ WordPress SEO

WordPress กับ SEO


การทำ WordPress SEO หมายถึงการทำให้เว็บไซต์เข้ากับหลัก SEO ที่ search engine ใช้ คุณอาจเคยได้ยินว่า WordPress นั้นง่ายในการทำ SEO แต่ถ้าว่ากันอย่างตรงไปตรงมา CMS ตัวอื่นๆ เช่น Joomla และ Drupal ก็มีความสามารถนี้เช่นกัน วิธีเซตอาจจะแตกต่างกันไป แต่โดยหลักการแล้วก็เหมือนกัน จริงๆการทำ SEO เป็นเรื่องของเนื้อหาและโครงสร้างของ template ถ้าเข้าใจหลักการก็สามารถประยุกต์ใช้ได้กับเครื่องมือทุกตัว เว็บที่ทำด้วย HTML ก็สามารถทำ SEO ติดอันดับต้นๆได้ถ้ามีความเข้าใจกระบวนการของ search engine

การทำ SEO คืออะไร

เมื่อพูดถึงการทำเว็บไซต์ก็มักนึกถึงการทำ SEO ควบคู่กันไป SEO มาจากคำว่า Search Engine Friendly หรือแปลตามตัวว่า เป็นมิตรกับโปรแกรมค้นหา หรือเป็นมิตรกับ google, yahoo, bing หรือตัวอื่นๆนั่นเอง เป็นมิตรในที่นี้หมายความว่า ช่วยให้โปรแกรมเหล่านี้สามารถจัดประเภทและอันดับของเว็บไซต์ของเราให้ตรงตามความเป็นจริง (ในมุมมอง Search engine) มากยิ่งขึ้น

คำว่า SEO เติบโตมาพร้อมกับ search engine ในยุคแรกๆคนทำเว็บก็ตั้งหน้าตั้งตาทำเว็บไป ใส่เนื้อหา รูปภาพ โดยไม่จำเป็นต้องสนใจประเด็นอื่น เมื่อ search engine เริ่มเข้ามามีบทบาท เว็บไซต์กลายเป็นเครื่องมือทางการตลาด การดึงดูดคนให้เข้ามาดูเว็บไซต์ผ่าน search engine กลายเป็นประเด็นสำคัญขึ้นมา จึงเกิดวิชาที่เรียกว่า SEO ขึ้นมา เป้าหมายหลักก็คือว่าทำอย่างไรถึงให้ search engine ขึ้นเว็บไซต์ของเราไว้อันดับต้นๆในการค้นหา

SEO คู่กับ Keyword

คำที่เราใช้ในการค้นหา เช่น เมื่อเราพิมพ์คำว่า “รับตกแต่งภายใน” นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Keyword ในวันหนึ่งๆมีคนพิมพ์ Keyword หลายล้านคำทั่วโลกเพื่อหาสิ่งที่ต้องการ คำพื้นฐานจะเป็น Keyword ที่มีคนใช้ในการค้นหามากที่สุด เช่น “รับทำบัญชี” “ขายรถมือสอง” “รับทำเว็บไซต์” และอื่นๆอีกมากมาย แน่นอนเมื่อเราทำเว็บธุรกิจขึ้นมาอันหนึ่ง เราก็ย่อมต้องการให้เว็บของเราปรากฏในลำดับต้นๆเมื่อผู้ค้นหาพิมพ์ Keyword ที่เกี่ยวกับธุรกิจของเรา

Keyword มาพร้อมกับคู่แข่ง

สำหรับ Keyword สำคัญๆเช่น “ขายรถมือสอง” หรืออะไรที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึงเป็นตัวแรกเมื่อต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็คือ Keyword ที่มีการแข่งขันกันสูง Keyword ประเภทนี้จะมีเว็บไซต์ที่ทำมานานและจับจองอันดับไว้เรียบร้อยแล้ว หมายความว่าเขาทำ SEO คนกระทั่งเว็บเขาขึ้นอันดับต้นๆสำหรับ Keyword นั้นไปโดยปริยาย แต่สำหรับเว็บไซต์ใหม่ที่ต้องการไปแข่งกับ Keyword หลักๆเหล่านี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก

ทางเลือกก็คือไปเลือกใช้ Keyword รอง ซึ่งหมายถึง Keyword ที่คนอาจจะใช้ในการค้นหานอกเหนือจาก Keyword หลัก เช่นถ้าเราจะขายรถมือสอง เราอาจคาดว่าผู้ใช้จะค้นหาด้วยคำว่า “รถใช้แล้ว” “รถสภาพดี” ซึ่งมีความหมายถึงความต้องการรถมือสองเหมือนกัน

แล้ว Search engine ใช้หลักอะไรมาตัดสิน

ปรัญชาพื้นฐานของ Search engine ทุกตัวเหมือนกันหมด คือ Content is King คือเนื้อหาสำคัญที่สุด กล่าวคือ

– มีจำนวนเนื้อหาที่มากพอ
– เนื้อหาโดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ keyword
– เป็นเนื้อหาที่ไม่ซ้ำกับเว็บไซต์อื่น

ซึ่งความสวยงามไม่เกี่ยว ดังนั้นหากเทียบ Keyword เดียวกัน เว็บไซต์ที่สวยงามแต่มีเนื้อหาน้อยจะอยู่ในอันดับที่ต่ำกว่าเว็บไซต์ที่เนื้อหามากแม้จะไม่สวยงาม

Backlinks คุณภาพของเว็บไซต์ที่มาจากภายนอก

Content เป็นปัจจัยภายใน เนื้อหาจะดีหรือไม่ดี (เหมาะสมกับ keyword ใด) search engine ไม่สามารถประเมินได้อย่างถูกต้องเสียทีเดียว เพราะมันเป็นเพียงโปรแกรมหรือที่เรียกกันว่า robots ที่เข้ามาอ่านเว็บไซต์ของเรา ตัวของ search engine จะทำการวิเคราะห์คุณภาพของ content ไปตามทีมันถูกโปรแกรม โดยหลักๆคือดูว่าเนื้อหาของเราเหมาะสมกับ keyword อะไรและควรจะอยู่ในลำดับเท่าไหร่เมื่อมีการค้นหาผ่าน keyword นั้น

การที่จะตัดสินว่า content นั้นดีจริงหรือไม่ก็คือให้คนอ่านเป็นคนตัดสินนั่นเอง หากเนื้อหาดีจริง ก็จะมีคนคลิก (traffic) เข้ามามาก และถ้าได้รับการทำ link จากเว็บไซต์อื่นเข้ามายังหน้าเว็บเพจของเรา หรือที่เรียกว่า backlinks ก็ยิ่งแสดงว่าเว็บเพจของเราได้รับการยอมรับ รวมทั้งถ้ามีการแชร์ content ของเราบนโซเชียลมีเดียเช่น facebook, google+ หรือ twitter ก็จะทำให้ search engine ยอมรับเว็บของเรามากขึ้นไปด้วย ลำดับในการค้นหาก็จะสูงขึ้น

อิทธิพลของ Backlinks

หากลองสังเกตดูหลายๆเว็บไซต์ บางครั้ง backlinks ดูเหมือนจะมีอิทธิพลเหนือ content ด้วยซ้ำ บางเว็บไซต์เนื้อหาไม่มีอะไรมาก แต่สามารถสร้าง backlinka ชี้เข้ามาหาได้มาก ก็สามารถอยู่ในลำดับต้นๆได้ เมื่อเทียบกับเว็บประเภทเดียวกันที่อาจจะมี content มาก แต่ไม่มี backlink หรือมีน้อย กลับอยู่ในอันดับที่ต่ำกว่า

ถ้าจะปล่อยให้มี backlinks ตามธรรมชาติ คือมีเว็บไซต์อื่นทำลิงค์แนะนำเพจในเว็บไซต์เรา หรือ มีการแชร์เพจของเราในโซเชียลมีเดีย ก็ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง หากต้องการเร็ว อาจเลือกใช้ทำ backlinks เอง โดยการไปโพสต์แนะนำเพจของเราตามเว็บต่างๆในรูปของ comment ซึ่งบางแห่งอนุญาตให้เรามี backlinks กลับเข้ามาที่เพจของเราภายใต้ comment นั้น ซึ่งก็ต้องหาเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ (มีอันดับสูงในการค้นหา) และมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเรา ซึ่งก็หายากพอสมควร

มีปัจจัยอื่นอีกไหม

หลักของการทำ SEO โดยความจริงแล้วอยู่ที่สองเรื่องที่กล่าวมาคือเรื่อง content และ backlinks ซึ่งเรื่อง content เราต้องทำเอง คือขยันเขียนเนื้อหาหรือบทความที่เกี่ยวกับกิจการของเรา เช่นการแนะนำสินค้าบริการ เช่นหากเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับการรับตกแต่งภายใน ก็อาจจะมีบทความเกี่ยวกับการตกแต่งภายในด้วยตนเอง การเลือกสไตล์ การหาสินค้าตกแต่งบ้าน ซึ่งจะได้ผลสองต่อ คือ เพิ่ม content ให้กับเว็บของเราและเป็นการทำการตลาดไปใช้ตัว ส่วนเรื่อง backlinks เป็นปัจจัยภายนอก ซึ่งเครื่องมือที่ช่วยได้ดีที่สุดตอนนี้ก็คือใช้ facebook และ twitter หรือไม่ก็ใช้บริการทำ SEO ซึ่งก็จะต้องสอบถามจากผู้ให้บริการว่าจะใช้เทคนิคอย่างไร เพราะหากผิดกฏของ search engine อาจจะขึ้นอันดับต้นตอนแรก แต่เบื้องปลายอาจถูกลดอันดับได้

ปัจจัยรองอื่นๆก็คือโดเมนเนม และการทำให้ลิงค์อ่านแล้วเข้าใจความหมาย เช่น http://myweb.com/ตกแต่งภายใน/การเลือกฮวงจุ้ย ซึ่งคำที่อยู่ใน URL ก็ควรจะใส่ keyword ของเราลงไปด้วย

WordPress ไปช่วยทำ SEO ตรงไหน

WordPress ช่วยให้เราแก้ไข url ได้ง่าย หากเราต้องการจะใส่ keyword ลงไปใน url ก็ทำได้ง่าย แม้ว่าเทคนิคนี้จะเก่าแล้วเพราะ google หรือตัวอื่นๆเลิกให้ความสำคัญกับ keyword ที่อยู่ใน url แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้าม เพราะนโยบายเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงได้ เราต้องอาศัยการลองผิดลองถูกเข้าช่วย

http://seowebdesign.com/การทำ-seo/wordpress-กับ-seo

WordPress ช่วยให้เราใส่คำว่า “การทำ-seo” หรือ “wordpress-กับ-seo” ไว้ใน URL ของโพสต์ได้อย่างง่ายดาย ด้วยการเซตโหมด permalink

ส่วนเรื่องอื่นๆเช่นเรื่อง content หากไม่มากพอหรือไม่มี keyword ในจำนวนที่เหมาะสม WordPress ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะฉะนั้นเวลาที่พูดว่า WordPress เหมาะสำหรับการทำ SEO, ถ้าจะพูดให้ชัดเจนน่าจะพูดว่า WordPress ช่วยให้ใส่ keyword ลงไปใน URL ได้ง่ายจะเหมาะกว่า

Theme ที่มีโครงสร้างสนับสนุน SEO ก็มีความสำคัญ

โครงสร้างของ theme มีความสำคัญกับการทำ SEO อยู่ไม่น้อย เพราะ search engine จะมา scan เพจแต่ละเพจภายในเว็บไซต์ของเราเพื่อหาว่าควรจะเป็นเว็บไซต์สำหรับ keyword ใด ดังนั้นนอกจากจะต้องมี keyword ใน content แล้ว keyword ก็ควรจะแฝงตัวอยู่ในองค์ประกอบอื่นๆของเพจด้วยเช่นใน title และในรูปภาพเป็นต้น ซึ่งตรงนี้อยู่ที่ theme ที่เลือกใช้ว่าจะสนับสนุนการทำ SEO ได้สุดๆแค่ไหน

Plugins สำหรับทำ SEO เป็นตัวเสริม

การใช้ plugin สำหรับการทำ SEO ไม่ได้ช่วยให้เว็บไซต์เราติดอันดับหลังจากติดตั้ง, Plugin เหล่านี้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ content และองค์ประกอบอื่นๆของเพจที่จะถูกสร้างขึ้นโดย WordPress ว่าสอดคล้องกับหลัก SEO ได้มากแค่ไหน เราควรจะแก้ไขตรงไหน อย่างไร เช่นถ้าเราเขียนโพสต์อันหนึ่งแล้วต้องการโฟกัสที่ keyword ว่า “รับทำบัญชี” มันก็ช่วยวิเคราะห์ว่าคำดังกล่าวมีมากไปหรือน้อยในโพสต์ที่เราเขียน มันควรจะไปปรากฏตรงไหนบ้างนอกจากในโพสต์ เป็นต้น

สรุป

การทำ SEO ด้วย WordPress จะต้องทำความเข้าใจแยกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือความเข้าใจเงื่อนไขของ SEO แบบเพียวๆโดยไม่เกี่ยวกับ WordPress หรือ CMS ตัวใด ส่วนที่สองคือที่ WordPress เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งก็คือ

– ใช้ Permalink เพื่อใส่ keyword ลงไปใน URL
– ใช้ Theme ที่สนับสนุนการทำ SEO
– ใช้ Plugin เพื่อช่วยในการวิเคราะห์เพจ

Close Menu