WordPress Slug กับการทำ SEO

WordPress Slug กับการทำ SEO

Slug ใน WordPress มีความสัมพันธ์กับการทำ SEO อย่างแยกกันไม่ออก slug คือ ข้อความที่ใช้แทนโพสต์และ search engine จะหา keyword จาก slug ของโพสต์นั้น เมื่อเราเปิดใช้ permalinks จะมีช่องสำหรับใส่ slug สำหรับโพสต์นั้น Slug กับ Permalinks เป็นคู่กัน สำหรับผู้ที่ใช้ wordpress.com คงจะคุ้นเคยกับ slug อยู่แล้ว เพราะจะถูกบังคับให้ใช้อยู่แล้ว ปกติเมื่อเราเขียนไตเติ้ลของโพสต์ WordPress จะเซตให้ slug เป็นไตเติ้ลโดยอัตโนมัติ ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนได้ทีหลัง สำหรับผู้เซตเว็บไซต์เองหรือ wordpress.org จะต้องเปิดใช้ permalinks เอง Slug กับไตเติ้ลต่างกันอย่างไร อย่างที่กล่าวไว้ตอนต้น เมื่อเราสร้างโพสต์ใหม่ WordPress จะกำหนดให้ slug เป็นตัวเดียวกันกับไตเติ้ล สำหรับผู้อ่าน ไตเติ้ลของโพสต์เป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่าโพสนั้นเกี่ยวกับอะไร  แต่สำหรับ search engine ไตเติ้ลไม่เพียงพอที่จะบอกว่าโพสต์นั้นเกี่ยวกับอะไร search engine จะอ่าน uri ประกอบด้วยเพื่อวิเคราะห์ว่าโพสต์นั้นเกี่ยวกับอะไร (หรือควรจะคู่กับ keyword ใด) ดังนั้น slug จึงเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งสำหรับการทำ SEO ไปโดยปริยาย ถ้าจะตั้งคำถามว่า slug คืออะไร ลองสังเกต url อย่างเช่น http://webstyleapp.com/blog/เรียน-wordpress/wordpress-slug-คืออะไร/ คำว่า “wordpress-slug-คืออะไร” นั่นแหละครับคือ slug นิยามแบบภาษาชาวบ้านๆ มันก็คือชื่อของโพสต์หรือเพจที่เราเขียนนั่นเองครับในระบบของ WordPress จะใช้ slug เป็นตัวระบุตัวตนของแต่ละโพสต์ (เมื่อเปิดใช้ permalinks) ซึ่งแต่ละโพสต์จะมี slug ซ้ำกันไม่ได้ ถ้าใส่ซ้ำกัน WordPress จะเปลี่ยนให้เป็นคำใหม่ เช่น ถ้าเรามีโพสต์ที่มี slug ชื่อ “i-love-wordpress” อยู่ก่อนแล้ว แล้วเราสร้างโพสต์ใหม่แล้วตั้ง slug เป็นชื่อนี้ หลังจากเซฟ WordPress จะเปลี่ยนให้เป็น “i-love-wordpress-1” หรือเลขอื่นถ้ามีซ้ากันหลายตัว ส่วนก่อนหน้าของ uri เช่น /blog/เรียน-wordpress/ ไม่เป็นส่วนหนึ่งของ slug คำเหล่านี้จะสร้างจากระบบของ WordPress เอง เช่นการเซต custom post type เป็นต้น Slug ต่างจาก โพสต์หรือเพจ ID หรือไม่ เมื่อเราลง WordPress ใหม่ๆ ยังไม่มีการเซต permalinks เราจะสังเกตเห็น url ลักษณะนี้เมื่อเราอ่านโพสต์ใดโพสต์หนึ่ง http://webstyleapp.com/?p=10 ซึ่งมีความหมายว่ากำลังแสดงโพสต์หมายเลข 10 หรือถ้าเราดูเพจใดเพจหนึ่งจะสังเกตเห็น url ลักษณะนี้ http://webstyleapp.com/?p=10 http://webstyleapp.com/?page_id=30 ตัวเลข 10 หรือ 30 เป็นตัวเลขแสดง ID ของโพสต์และเพจตามลำดับ ซึ่งจะเป็นตัวเลขที่ไม่ซ้ำกัน เมื่อเราเปิดใช้ permalinks ส่วนของรหัสดังกล่าวจะถูกแทนที่ด้วยคำที่มีความหมายซึ่งก็คือ slug นั่นเอง และก็เป็นเหตุผลว่า slug เองก็ไม่สามารถซ้ำกันได้ด้วย Slug เขียนได้สองที่ วิธีที่ง่ายที่สุดในการใส่ slug ก็คือใส่ที่ permalinks ใต้ไตเติ้ล แต่ WordPress ที่ช่องที่ใส่ slug ได้อีกช่องหนึ่ง ซึ่งปกติจะปิดเอาไว้ ถ้าจะเปิดให้คลิกที่ Screen Options ที่มุมขวาบน แล้วคลิกถูกที่ Slug หลังจากนั้นลองไปดูที่ท้ายช่องเขียนโพสต์จะมีช่องให้แก้ไข slug ซึ่งหากเราแก้ไข slug ที่ช่องนี้แล้วกด update ก็จะมีผลเหมือนกับที่ใส่ในช่องใต้ไตเติ้ลตรง permalinks และข้อมูลตรงนั้นก็จะถูกเปลี่ยนตามด้วย คือแก้ที่หนึ่งอีกที่หนึ่งก็จะเปลี่ยนตาม บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมมันถึงมีสองที่ จริงๆแล้วที่ที่ใช้เก็บข้อมูลจริงๆคือที่ที่สองนี่เอง เพราะข้อมูลในช่องนี้จะถูกเก็บเข้าไว้ในฐานข้อมูลโดยตรง ซึ่งก็คือฟิลด์ post_name นั่นเอง ส่วนที่อยู่ตรง permalinks ใต้ไตเติ้ลเป็นส่วนที่ WordPress ทำไว้ให้ง่ายในการแก้ไขและให้ดูเป็นมิตรกับผู้เขียนโพสต์ทั่วไป สรุปแล้ว…

WordPress กับ SEO

WordPress กับ SEO

การทำ WordPress SEO หมายถึงการทำให้เว็บไซต์เข้ากับหลัก SEO ที่ search engine ใช้ คุณอาจเคยได้ยินว่า WordPress นั้นง่ายในการทำ SEO แต่ถ้าว่ากันอย่างตรงไปตรงมา CMS ตัวอื่นๆ เช่น Joomla และ Drupal ก็มีความสามารถนี้เช่นกัน วิธีเซตอาจจะแตกต่างกันไป แต่โดยหลักการแล้วก็เหมือนกัน จริงๆการทำ SEO เป็นเรื่องของเนื้อหาและโครงสร้างของ template ถ้าเข้าใจหลักการก็สามารถประยุกต์ใช้ได้กับเครื่องมือทุกตัว เว็บที่ทำด้วย HTML ก็สามารถทำ SEO ติดอันดับต้นๆได้ถ้ามีความเข้าใจกระบวนการของ search engine การทำ SEO คืออะไร เมื่อพูดถึงการทำเว็บไซต์ก็มักนึกถึงการทำ SEO ควบคู่กันไป SEO มาจากคำว่า Search Engine Friendly หรือแปลตามตัวว่า เป็นมิตรกับโปรแกรมค้นหา หรือเป็นมิตรกับ google, yahoo, bing หรือตัวอื่นๆนั่นเอง เป็นมิตรในที่นี้หมายความว่า ช่วยให้โปรแกรมเหล่านี้สามารถจัดประเภทและอันดับของเว็บไซต์ของเราให้ตรงตามความเป็นจริง (ในมุมมอง Search engine) มากยิ่งขึ้น คำว่า SEO เติบโตมาพร้อมกับ search engine ในยุคแรกๆคนทำเว็บก็ตั้งหน้าตั้งตาทำเว็บไป ใส่เนื้อหา รูปภาพ โดยไม่จำเป็นต้องสนใจประเด็นอื่น เมื่อ search engine เริ่มเข้ามามีบทบาท เว็บไซต์กลายเป็นเครื่องมือทางการตลาด การดึงดูดคนให้เข้ามาดูเว็บไซต์ผ่าน search engine กลายเป็นประเด็นสำคัญขึ้นมา จึงเกิดวิชาที่เรียกว่า SEO ขึ้นมา เป้าหมายหลักก็คือว่าทำอย่างไรถึงให้ search engine ขึ้นเว็บไซต์ของเราไว้อันดับต้นๆในการค้นหา SEO คู่กับ Keyword คำที่เราใช้ในการค้นหา เช่น เมื่อเราพิมพ์คำว่า “รับตกแต่งภายใน” นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Keyword ในวันหนึ่งๆมีคนพิมพ์ Keyword หลายล้านคำทั่วโลกเพื่อหาสิ่งที่ต้องการ คำพื้นฐานจะเป็น Keyword ที่มีคนใช้ในการค้นหามากที่สุด เช่น “รับทำบัญชี” “ขายรถมือสอง” “รับทำเว็บไซต์” และอื่นๆอีกมากมาย แน่นอนเมื่อเราทำเว็บธุรกิจขึ้นมาอันหนึ่ง เราก็ย่อมต้องการให้เว็บของเราปรากฏในลำดับต้นๆเมื่อผู้ค้นหาพิมพ์ Keyword ที่เกี่ยวกับธุรกิจของเรา Keyword มาพร้อมกับคู่แข่ง สำหรับ Keyword สำคัญๆเช่น “ขายรถมือสอง” หรืออะไรที่คนส่วนใหญ่จะนึกถึงเป็นตัวแรกเมื่อต้องการสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็คือ Keyword ที่มีการแข่งขันกันสูง Keyword ประเภทนี้จะมีเว็บไซต์ที่ทำมานานและจับจองอันดับไว้เรียบร้อยแล้ว หมายความว่าเขาทำ SEO คนกระทั่งเว็บเขาขึ้นอันดับต้นๆสำหรับ Keyword นั้นไปโดยปริยาย แต่สำหรับเว็บไซต์ใหม่ที่ต้องการไปแข่งกับ Keyword หลักๆเหล่านี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก ทางเลือกก็คือไปเลือกใช้ Keyword รอง ซึ่งหมายถึง Keyword ที่คนอาจจะใช้ในการค้นหานอกเหนือจาก Keyword หลัก เช่นถ้าเราจะขายรถมือสอง เราอาจคาดว่าผู้ใช้จะค้นหาด้วยคำว่า “รถใช้แล้ว” “รถสภาพดี” ซึ่งมีความหมายถึงความต้องการรถมือสองเหมือนกัน แล้ว Search engine ใช้หลักอะไรมาตัดสิน ปรัญชาพื้นฐานของ Search engine ทุกตัวเหมือนกันหมด คือ Content is King คือเนื้อหาสำคัญที่สุด กล่าวคือ – มีจำนวนเนื้อหาที่มากพอ – เนื้อหาโดยส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ keyword – เป็นเนื้อหาที่ไม่ซ้ำกับเว็บไซต์อื่น ซึ่งความสวยงามไม่เกี่ยว ดังนั้นหากเทียบ Keyword เดียวกัน เว็บไซต์ที่สวยงามแต่มีเนื้อหาน้อยจะอยู่ในอันดับที่ต่ำกว่าเว็บไซต์ที่เนื้อหามากแม้จะไม่สวยงาม Backlinks คุณภาพของเว็บไซต์ที่มาจากภายนอก Content เป็นปัจจัยภายใน เนื้อหาจะดีหรือไม่ดี (เหมาะสมกับ keyword ใด) search engine ไม่สามารถประเมินได้อย่างถูกต้องเสียทีเดียว เพราะมันเป็นเพียงโปรแกรมหรือที่เรียกกันว่า robots ที่เข้ามาอ่านเว็บไซต์ของเรา ตัวของ search engine จะทำการวิเคราะห์คุณภาพของ content ไปตามทีมันถูกโปรแกรม โดยหลักๆคือดูว่าเนื้อหาของเราเหมาะสมกับ keyword อะไรและควรจะอยู่ในลำดับเท่าไหร่เมื่อมีการค้นหาผ่าน keyword นั้น การที่จะตัดสินว่า content นั้นดีจริงหรือไม่ก็คือให้คนอ่านเป็นคนตัดสินนั่นเอง หากเนื้อหาดีจริง ก็จะมีคนคลิก (traffic) เข้ามามาก และถ้าได้รับการทำ link…

Permalinks คืออะไร

Permalinks คืออะไร

Permalinks เป็นกลไกหรือของ WordPress ที่ช่วยให้เพจของเราเป็นมิตรกับ search engine โดยเมื่อมีการตั้งค่า permalinks แล้ว url ของโพสต์หรือเพจของเราจะมีลักษณะเป็นข้อความ กล่าวอย่างง่ายๆ permalinks คือลักษณะของ url ที่อ่านแล้วเข้าใจได้ว่าหมายถึงอะไร อย่างเช่น ถ้าเราพบลิงค์ http://myweb.com/train-your-brain/how-to-read-effectively อย่างนี้ถึงแม้จะยังไม่ได้เปิดอ่านก็พอจะเข้าใจได้ว่าจะมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร ลิงค์ลักษณะนี้เรียกว่า permalinks ซึ่งต่างกับลิงค์แบบธรรมดา เช่น http://myweb.com/?page_id=238 ซึ่งไม่สื่อความหมายอะไร แต่ความสำคัญของ Permalinks ไม่ได้อยู่ที่ให้คนดูแล้วเข้าใจ แต่จุดประสงค์คือการทำให้ search engine เข้าใจ พูดง่ายๆคือ search engine สนใจที่จะอ่านลิงค์แบบนี้มากกว่าลิงค์แบบธรรมดา เพราะจะทำสามารถวิเคราะห์ได้ว่า เนื้อหาภายในน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร จะได้นำไปจัดลำดับถูก ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า permalinks เป็นหัวใจสำหรับการทำ SEO ใน WordPress ก็ว่าได้ WordPress สามารถทำ Permalinks ได้อย่างไร จริงๆคำว่า Permalinks เป็นศัพท์ที่ WordPress ใช้เสียมากกว่า ถ้าเป็น CMS ตัวอื่นๆ หรือศัพท์ทางเทคนิคทั่วไปมักจะใช้คำว่า Friendly URL หรือ url ที่เป็นมิตร หรือ url ที่อ่านง่ายนั่นเอง จริงๆความความสามารถในการทำ Permalinks จะต้องอาศัยความสามารถของ Web Server ที่ใช้เป็น hosting ของเรา (เช่นต้องติดตั้ง mod_rewrite สำหรับ Linux เป็นต้น) แต่ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะว่า hosting ทุกที่เขารองรับความสามารถนี้ไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็น Windows หรือ Linux เราจะบีบประเด็นให้แคบลงคือจะเซต Permalinks ใน WordPress อย่างไร การเซต Permalinks ไปที่หน้า Settings/Permalinks คือโดยปกติมันจะเซตไว้ที่ Default คือเป็นรหัสที่อ่านไม่รู้เรื่อง (สำหรับคนทั่วไป) ถ้าต้องการใช้ Permalinks ก็เลือกเป็นตัวอื่น ปกติจะนิยมสามแบบ คือแบบแรกคือใช้ชื่อของโพสต์หรือชื่อที่ตั้งขึ้นใหม่ อีกแบบหนึ่งเอา วัน-เดือน-ปี หรือ ปี-เดือน-วัน ขึ้นแล้วตามด้วยชื่อโพสต์ แบบสุดท้ายคือนำด้วยชื่อ category แล้วตามด้วยชื่อของโพสต์ การตั้งค่า permalink เมื่อกดบันทึก WordPress จะสร้างไฟล์ชื่อ .htaccess ไว้ที่โฟลเดอร์ root หรือ public_html (ที่เดียวกับ wp-config) ซึ่งมีโค้ดต่อไปนี้ # BEGIN WordPress RewriteEngine On RewriteBase / RewriteRule ^index\.php$ – [L] RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-f RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-d RewriteRule . /index.php [L] # END WordPress ไฟล์นี้เป็นไฟล์ของระบบ server ที่ทำหน้าที่ควบคุมการรับส่งข้อมูลระหว่างที่เบราเซอร์และเซอร์ฟเวอร์ รายละเอียดในเบื้องต้นเรายังไม่ต้องสนใจ ต่อไปลองเขียนโพสต์ใหม่ขึ้นมาหรือลองเปิดโพสต์เก่า จะปรากฏช่องให้ใส่ข้อความ ซึ่งโดยปกติ WordPress จะเอาชื่อ title มาเป็นชื่อต่อท้าย url แต่เราสามารถเปลี่ยนเป็นข้อความอื่นได้ ซึ่งลองสังเกตดูที่ช่อง slug ด้านล่าง ข้อความจะเปลี่ยนไปตามข้อความที่เราใส่ในช่อง permalink นี้ แต่จะมีความยาวได้จำกัด เพราะควรจะสั้นๆและตรงกับ keyword ที่ต้องการ ความปลอดภัยของการทำ Permalinks แม้ว่าการเซตให้ WordPress ทำงานในโหมด Permalinks จะมีประโยชน์อย่างมากในการทำ SEO แต่ก็เป็นช่องทางอันหนึ่งที่ hacker ใช้ในการ redirect เว็บไซต์เราไปยังที่อื่น เพราะฉะนั้นเราจึงต้องปกป้องไฟล์ .htaccess นี้เช่นเดียวกันกับไฟล์อื่นๆที่สำคัญในระบบของ WordPress เพราะฉะนั้นหลังจากสร้างไฟล์ .htaccess ขึ้นมาแล้วก็ให้เซต permission เป็น 644 ซึ่งจะอนุญาตให้ admin…