เลือกโฮสต์ทำเว็บ WordPress อย่างไรดี

เลือกโฮสต์ทำเว็บ WordPress อย่างไรดี

จะทำเว็บด้วย WordPress จะเลือกโฮสต์อย่างไรดี? เป็นคำถามที่มือใหม่มักจะถาม โดยปกติโฮสต์ทั่วไปจะโปรโมทว่า Plan ต่างๆสามารถใช้ได้กับโอเพนซอร์ซได้ทุกตัว ซึ่งโดยรวมก็เป็นจริงตามนั้น แต่ใช่ว่าจะราบรื่นเหมือนกันหมด

โฮสต์ต้องให้บริการหลายๆโปรแกรม

ต้องมาทำความเข้าใจกับการที่เว็บโฮสต์ติ้งสักแห่งสามารถใช้ได้ครอบคลุมกับโอเพนซอร์ซทุกตัวก่อน โดยปกติโอเพนซอร์ซแต่ละตัวต้องการการเซตติ้งจากโฮสต์ที่โอเพนซอร์ซนั้นติดตั้งอยู่ต่างกัน เหตุผลหลักก็คือเรื่องความปลอดภัยในการใช้ตัวโอเพนซอร์ซนั้นเอง และโฮสต์ซึ่งให้บริการเช่าพื้นที่เพื่อให้ติดตั้งโอเพนซอร์ซหลากหลายก็คำนึงเรื่องความปลอดภัยของระบบเช่นเดียวกัน

มาดูในแง่ของโฮสต์ก่อน โจทย์ของผู้ให้บริการโฮสต์ติ้งคือจะต้องทำให้โฮสต์นั้นสามารถรองรับโอเพนซอร์ซที่เป็นที่นิยมให้ได้มากที่สุด และในขณะเดียวกันก็ต้องมีความปลอดภัยจากการถูกแฮคได้มากที่สุดด้วย นี่เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้โฮสต์ติ้งแต่ละแห่งกำหนดระดับความปลอดภัยไว้แตกต่างกัน ซึ่งมีผลต่อการติดตั้งและใช้งานโอเพนซอร์ซแต่ละตัวไม่เหมือนกัน

ปัญหามักเกิดขึ้นเสมอ

โอเพนซอร์ซที่ใช้ทำเว็บไซต์ เช่น WordPress, Joomla หรือ Drupal ต่างก็มีสถาปัตยกรรมเป็นของตัวเอง สำหรับ WordPress มีโฟลเดอร์และไฟล์จำนวนหนึ่งที่ต้องการการเซตระดับความปลอดภัยแตกต่างกันไป เช่นไฟล์และโฟลเดอร์ที่เกี่ยวกับระบบก็จะเซตให้อ่านได้อย่างเดียว ไฟล์และโฟลเดอร์ที่เกี่ยวกับการใช้งานก็จะผ่อนปรนลงมา เช่นโฟลเดอร์สำหรับเก็บรูปภาพต่างๆเป็นต้น

แล้วโฮสต์โดยทั่วไปมีปัญหาอย่างไรกับ WordPress ? คำตอบคือ “เกือบทั้งหมดจะใช้กับ WordPress ตามที่เขาโฆษณาว่าใช้ได้ ” แต่จะมีปัญหาจุกจิกกับเรื่องการเซตระดับความปลอดภัยของโฟลเดอร์และการอัพโหลดไฟล์ผ่าน FTP ภายในตัว WordPress เอง ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นปัญหาสำหรับมือใหม่ที่มีความรู้พื้นฐานทางเทคนิคน้อย รวมทั้งผู้รับออกแบบเว็บไซต์บางรายที่ติดตั้ง WordPress ให้ลูกค้าแล้วก็ไม่ได้ตระหนักปัญหาบางอย่างที่เกิดจากโฮสต์ที่ใช้เซตระดับความปลอดภัยไว้สูงกว่าที่ WordPress ต้องการ (ปลอดภัยไว้ก่อน) ทำให้บางฟีเจอร์ของ WordPress ไม่ทำงานโดยที่(ลูกค้า)ก็ไม่รู้ตัว

ติดตั้งไม่ผ่าน

ปัญหาคลาสสิคที่มือใหม่มักจะเจอเมื่อเลือกโฮสต์แล้วพออัพโหลด WordPress ขึ้นไปแล้ว พอสั่งรันติดตั้งเจอหน้าที่บอกว่า

สอน wordpress
หน้าจอที่มักเกิดเมื่อ host ตั้งระดับการป้องกันไว้สูง

แปลเป็นภาษาไทยว่า “ระบบติดตั้ง WordPress ไม่ได้เพราะไม่สามารถสร้างไฟล์ wp-config.php บนโฮสต์ได้ คุณต้องสร้างไฟล์ wp-config.php เองแล้วคัดลอกข้อความข้างล่างนี้ใส่ลงไปในไฟล์”

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของโฮสต์ที่เซตระดับความปลอดภัยของการเข้าถึงไฟล์(ในกรณีนี้คือสิทธิ์ในการสร้างไฟล์)สูงกว่าสเปคของ WordPress คือโฮสต์ไม่ยอมให้ WordPress สร้างไฟล์ดังกล่าวขึ้นในตำแหน่งที่ต้องการ

วิธีแก้ปัญหาก็คือคุณคลิกที่กล่องข้างล่างแล้วกด Crtl+A เพื่อเลือกข้อความในกล่องทั้งหมด(ปกติเมื่อคลิกเมาส์ในกล่องก็เลือกให้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว) จากนั้นกด Ctrl+C เพื่อก็อปปี้ไว้ในคลิปบอร์ด จากนั้นคุณก็เปิดโปรแกรม NotePad++ แล้ว new file แล้วกด Ctrl+V เพื่อคัดลอกข้อมูลลงไป บันทึกไว้ในชื่อ wp-config.php จากนั้นก็อัพโหลดขึ้นไปที่ public_html จากนั้นก็กดปุ่ม Run the Install ซึ่งถ้าไม่ติดตรงอื่นก็น่าจะผ่านตลอด

ถามรหัสผ่านทุกครั้งที่มีการติดตั้ง plugin

ปัญหา(หรืออาจไม่ใช่ปัญหา)อีกอย่างหนึ่งของโฮสต์ที่ตั้งค่าความปลอดภัยไว้สูงก็คือทุกครั้งที่มีการติดตั้งหรือถอดถอนปลั๊กอินจะถามรหัสผ่านตลอด สำหรับผู้ที่มีเว็บไซต์ลงตัวแล้วนี่อาจไม่ใช่ปัญหา อาจเป็นข้อดีที่เสียอีกถ้าเชื่อว่าการป้องกันไม่ให้ WordPress ใช้ FTP โดยตรงช่วยเพิ่มความปลอดภัยมากขึ้น

ไม่ยอมให้มีการส่งอีเมล์อัตโนมัติ

นี่เป็นปัญหาที่ไม่น่าจะเป็นปัญหา แต่ต้องยอมรับจริงๆว่ามีโฮสต์หลายแห่งที่บอกว่าใช้กับ WordPress ได้ 100% แต่ไม่ยอมให้มีการส่งอีเมล์อัตโนมัติ ผลก็คือเมื่อลืมรหัสผ่านก็ไม่สามารถขอให้ระบบรีเซตรหัสผ่านใหม่ผ่านอีเมล์ได้ ที่แย่ไปกว่านั้นคือหมดสิทธิ์สำหรับเว็บไซต์อีคอมเมอร์สเพราะไม่สามารถส่งอีเมล์ยืนยันกันได้เมื่อลูกค้าทำการสั่งซื้อ รวมทั้งระบบคอนแทคผ่านแบบฟอร์มชื่อดังอย่าง Contact 7 ก็หมดสิทธิ์

ใช้ plugin บางตัวแล้วเป็นปัญหา

การตั้งระดับความปลอดภัยของโฮสต์ที่สูงเกินไปจะทำให้ปลั๊กอินบางตัวที่ต้องการสิทธิ์ในการอ่านเขียนข้อมูลในบางโฟลเดอร์ทำงานไม่ราบรื่น ซึ่งสำหรับผู้มีความรู้ทางด้านเทคนิคก็จะแก้ปัญหาได้ไม่ยาก โดยการเข้าไปเปลี่ยนสิทธิ์ให้ถูกต้อง แต่สำหรับมือใหม่ก็อาจต้องขอคำปรึกษาจากโฮสต์หรือผู้รู้เกี่ยวกับระบบไฟล์ของ Linux

เปิดใช้ permalink ไม่ได้

หัวใจของการทำ SEO ของ WordPress คือระบบ permalink ซึ่งเมื่อเซตแล้ว WordPress จะสร้างไฟล์ .htaccess ขึ้นที่โฟลเดอร์ public_html เพื่อเก็บเซตติ้งในการทำ permalink แต่ถ้าโฮสต์ไม่ยอมให้ WordPress สร้างไฟล์โดยอัตโนมัติ คุณจะไม่สามารถเปิด permalink ได้ซึ่งเสียโอกาสในการทำ SEO ซึ่งการแก้ไขก็ต้องเข้าใจเรืื่องเทคนิคเล็กน้อย โดยจะต้องอัพโหลดไฟล์ดังกล่าวด้วยโปรแกรมอื่น เช่น NodePad+ หรือ FileZilla ด้วยตัวเอง ซึ่งก็เป็นปัญหากับมือใหม่เช่นกัน

มีระบบติดตั้ง open source ให้อัตโนมัติ

การติดตั้ง WordPress หรือ open source ตัวอื่นๆแม้โดยรวมจะดูง่ายแต่ก็มีขั้นตอนเล็กน้อย ในเบื้องต้นคุณควรที่จะเรียนรู้การติดตั้งด้วยตัวเองก่อนเพื่อให้เข้าใจโครงการของซอฟต์แวร์เมื่อมีปัญหาได้มีแนวทางในการแก้ไข เมื่อชำนาญแล้วหากมีการติดตั้งครั้งต่อไปจะด้วยเหตุใดก็ตามจึงเลือกการติดตั้งอัตโนมัติ

โฮสต์ในปัจจุบันส่วนใหญ่จะติดตั้งซอฟต์แวร์สำหรับการติดตั้ง open source ต่างๆแบบอัตโนมัติ โดยคุณสามารถคลิกเลือกได้เลยว่าจะติดตั้ง WordPress, Open cart หรือ ERP ซึ่งก่อนซื้อคุณควรจะตรวจสอบคุณสมบัตินี้ของโฮสต์ก่อนให้แน่ใจ

สามารถทำ SSL ได้

SSL เป็นส่วนของระบบที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการรับส่งข้อมูลระหว่างเบราเซอร์ของเรากับโฮสต์โดยเฉพาะเวลาที่มีการกรอกแบบฟอร์มเช่นบัตรเครดิต ปกติ SSL จำเป็นสำหรับเว็บไซต์ที่ต้องทำธุรกรรมอย่างเช่นอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเว็บไซต์ที่ใช้ระบบ SSL จะขึ้นต้นด้วย https ปกติเมื่อเราซื้อบริการโฮสต์ใหม่ๆเขาจะเซตไว้แบบไม่มี SSL ซึ่งก็คือ http หากเราต้องการก็สามารถซื้อบริการ SSL เพิ่มได้

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการซอฟต์แวร์สำหรับ SSL ฟรีชื่อว่า Let’s encrypt ซึ่งโฮสต์ส่วนใหญ่จะนำซอฟต์แวร์นี้มาติดตั้งทำให้ลูกค้าสามารถใช้ SSL ได้ฟรีตามไปด้วย คุณก็เพียงแต่ตรวจสอบว่ามีบริการ SSL ตัวนี้หรือเปล่า อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่

สรุป

โฮสต์ติ้งทั่วไปจะให้บริการโอเพนซอสซ์ที่หลากหลายและในขณะเดียวกันก็ต้องป้องกันตัวเองจากผู้บุกรุก จึงทำให้ต้องมีการเซตค่าความปลอดภัยไว้สูง จึงทำให้โฮสต์ไม่ friendly คือ มีระดับความปลอดภัยที่สูงเกินกว่าที่โอเพนซอสซ์บางตัวต้องการ ซึ่งสำหรับผู้ใช้ WordPress มือใหม่ จะเจอปัญหาตั้งแต่การติดตั้งไปจนถึงตัวอย่างข้างต้นที่ยกมา หากคุณเจอปัญหาดังกล่าวก็คงต้องหาความรู้เพิ่มเติมในการแก้ปัญหา แต่ถ้าไม่เคยเจอ(สำหรับมือใหม่)ก็ถือว่าคุณเริ่มต้นได้สวย จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลากับเรื่องทางเทคนิคซึ่งเรายังไม่ชำนาญ

ถ้าคุณเป็นมือใหม่และกำลังจะเริ่มต้น แนะนำให้สอบถามจากเพื่อนหรือผู้ที่เคยใช้ WordPress ให้เขาแนะนำโฮสต์ที่เขาเคยลองใช้หรือใช้อยู่ แต่ถ้าคุณชอบเรียนรู้และความท้าทาย เลือกโฮสต์ใดก็ได้ที่น่าเชื่อถือแล้วถ้ามีปัญหาข้างต้นคุณก็มาเรียนรู้เพิ่มเติมถือเป็นการพัฒนาความรู้ไปในตัว